📝 บทความ 🔓 Free Preview 7/9

ตอนที่ 7 The Dark Triad วิธีสังเกต Dark Triad ในชีวิตจริง

👁️ 326 วิว ★ 4.5 · 39 โหวต 📚 The Dark Triad : อ่านเกมคนอันตราย และควบคุมสถานการณ์

ตอนที่ผมเริ่มศึกษาเรื่อง The Dark Triad ใหม่ ๆ ผมเคยคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ว่าคนอันตรายน่าจะดูออกง่าย พวกเขาน่าจะเป็นคนก้าวร้าว ดูไม่น่าไว้ใจ หรือมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกได้ทันทีว่าไม่ควรเข้าใกล้ แต่พอผมอ่านลึกขึ้น ศึกษามากขึ้น และเริ่มสังเกตคนจริง ๆ ในชีวิต ผมกลับพบว่าความจริงมันตรงกันข้าม คนที่อันตรายที่สุดหลายครั้ง ไม่ได้ดูน่ากลัวเลยด้วยซ้ำ บางคนดูฉลาด ดูอบอุ่น ดูมั่นใจ ดูมีเสน่ห์ และบางครั้งก็เป็นคนที่คนรอบตัวชื่นชมมากที่สุดในห้องนั้นหรือที่แห่งนั้นด้วย

นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ Dark Triad น่าสนใจและน่ากลัวพร้อมกัน เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ความชั่วที่แสดงออกมาตรง ๆ แต่คือความผิดปกติที่ปลอมตัวเก่งมากจนเราแยกไม่ออก

หลังจากที่ผมเขียนมาหลายตอน ทั้งเรื่องลักษณะของ Narcissist, Machiavellianism และ Psychopathy ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดต่อจากนี้ ไม่ใช่แค่รู้ทฤษฎี แต่คือการเริ่มมองเห็นมันในชีวิตจริง เพราะคนแบบนี้ไม่ได้อยู่แค่ในหนังหรือในข่าว พวกเขาอาจอยู่ในที่ทำงาน อยู่ในกลุ่มเพื่อน อยู่ในความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ในโลกออนไลน์ที่เราเจอทุกวัน

สิ่งแรกที่ผมสังเกตได้คือ คนประเภท Dark Triad มักเก่งเรื่อง การอ่านคน มากกว่าคนทั่วไป เวลาคนปกติคุยกัน เราคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่คนพวกนี้หลายครั้งคุยเพื่อประเมินอีกฝ่าย พวกเขาจะพยายามดูว่าคุณเป็นคนแบบไหน ต้องการอะไร กลัวอะไร มีจุดอ่อนตรงไหน และอยากได้รับการยอมรับแบบใด หลังจากนั้นพวกเขาจะเริ่มปรับตัวเองให้กลายเป็น คนที่คุณอยากเจอ

นี่คือเหตุผลที่หลายคนพูดเหมือนกันว่า ตอนแรกอีกฝ่ายดูดีมาก ดูเหมือนเข้าใจเราไปหมด ดูเหมือนเป็นคนที่ใช่แบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งความจริงแล้ว บางครั้งมันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายเก่งเรื่องสะท้อนภาพที่คุณอยากเห็นต่างหาก

ผมเริ่มเข้าใจว่าทำไมคนฉลาดหลายคนถึงยังตกเป็นเหยื่อของคนประเภทนี้ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความโง่หรือความฉลาด แต่อยู่ที่คน Dark Triad เก่งเรื่องการสร้างภาพลวงตาเกินไป พวกเขารู้ว่าต้องพูดอะไร ต้องทำตัวยังไง ต้องสร้างบรรยากาศแบบไหน ถึงจะทำให้อีกฝ่ายลดการป้องกันตัวลง

อีกอย่างที่ผมสังเกตได้คือ ทุกอย่างมัก เร็วเกินไป ความสัมพันธ์ปกติของมนุษย์ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กัน แต่คนประเภทนี้หลายคนชอบเร่งจังหวะ พวกเขาจะสนิทเร็ว ชมเก่ง ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพิเศษเร็วมาก บางคนเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่พูดเหมือนรู้จักกันมาหลายปี พยายามทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า ไม่มีใครเข้าใจคุณเท่าผมแล้ว

ช่วงแรกมันให้ความรู้สึกดีมาก เพราะมนุษย์ทุกคนลึก ๆ ก็อยากถูกรัก อยากถูกเข้าใจ อยากรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ แต่สิ่งที่อันตรายคือ บางครั้งความรู้สึกนั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุม

หลังจากนั้นผมเริ่มเห็นอีกจุดที่น่าสนใจมาก คือคำพูดกับการกระทำของพวกเขามักไม่ตรงกันในระยะยาว ตอนแรกพวกเขาอาจดูสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะเริ่มมีรอยรั่วเล็ก ๆ ออกมา เช่น พูดอย่างทำอีกอย่าง เปลี่ยนคำพูดตัวเองบ่อย โกหกเรื่องเล็กโดยไม่จำเป็น หรือบิดเรื่องให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ

สิ่งที่แปลกคือ บางครั้งพวกเขาไม่ได้โกหกเพราะจำเป็นต้องเอาตัวรอด แต่โกหกเพราะชินกับการควบคุมเรื่องราว ชินกับการเป็นคนกำหนดภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาคนอื่น

และสิ่งที่ผมคิดว่าน่ากลัวที่สุด คือเรื่อง ความรู้สึกผิด กล่าวคือ คนปกติเมื่อทำร้ายใคร มักมีบางอย่างสะเทือนอยู่ข้างใน ต่อให้ไม่แสดงออก ก็ยังมี guilt หรือความรู้สึกผิดบางอย่าง แต่คนที่มีลักษณะ Dark Triad สูง โดยเฉพาะสาย Psychopathy หลายคน สามารถตัดอารมณ์พวกนี้ออกจากตัวเองได้อย่างน่ากลัวครับ

พวกเขาอาจพูดขอโทษได้เก่งมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกผิดจริง คำขอโทษของพวกเขาหลายครั้ง เป็นเพียงเครื่องมือในการเอาสถานการณ์กลับมาควบคุม หรือทำให้อีกฝ่ายหยุดโกรธเท่านั้น

ผมยังสังเกตอีกว่า คนประเภทนี้จำนวนมากมีปัญหากับการ แพ้  ไม่ว่าจะเรื่องเล็กแค่ไหน พวกเขาไม่ชอบเสียหน้า ไม่ชอบถูกปฏิเสธ ไม่ชอบถูกวิจารณ์ และไม่ชอบรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าใคร โดยเฉพาะคนที่มี Narcissism สูง การกระทบ ego ของพวกเขาเพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงเกินเหตุได้

บางครั้งเรื่องแค่ไม่ตอบแชท หรือการเห็นต่างเล็กน้อย ก็กลายเป็นสงครามทางจิตวิทยาได้ เพราะลึก ๆ พวกเขามองความสัมพันธ์เป็นเรื่องของอำนาจ ไม่ใช่ความเข้าใจ

อีกเทคนิคที่ผมคิดว่าอันตรายมาก คือการทำให้อีกฝ่ายเริ่มสงสัยตัวเอง คน Manipulative เก่งเรื่องนี้มาก พวกเขาจะค่อย ๆ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองคิดมาก อารมณ์เยอะ จำผิด หรือเป็นต้นเหตุของปัญหาทุกอย่าง

ตอนแรกเราอาจยังมั่นใจในตัวเอง แต่ถ้าโดนซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน หลายคนจะเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองจริง ๆ

และสิ่งที่น่าสนใจคือ บางครั้งเราอาจยังอธิบายไม่ได้ว่าอีกฝ่ายผิดตรงไหน แต่เราจะรู้สึกเหนื่อยทุกครั้งหลังอยู่ใกล้คนบางประเภท เหมือนต้องระวังคำพูดตลอดเวลา เหมือนถูกประเมินอยู่เงียบ ๆ หรือเหมือนต้องพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองตลอดเวลา

ผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณที่สำคัญมาก เพราะความสัมพันธ์ที่ดี ควรทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมจิตวิทยาตลอดเวลา

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากพูดไว้ คือบทความนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ทุกคนเดินไประแวงคนทั้งโลก หรือเอาคำว่า Dark Triad ไปแปะใส่ใครง่าย ๆ มนุษย์ทุกคนมี ego มีด้านมืด มีความเห็นแก่ตัว และมีช่วงเวลาที่ทำตัวแย่ได้ทั้งนั้น การมีบางลักษณะไม่ได้แปลว่าใครคือปีศาจ

สิ่งที่น่ากังวลจริง ๆ คือเมื่อพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ ซึ่งขาด empathy อย่างชัดเจน และสร้างความเสียหายต่อคนรอบตัวเป็นนิสัย

สุดท้ายแล้ว ผมคิดว่าเป้าหมายของการศึกษาเรื่อง The Dark Triad ไม่ใช่เพื่อเอาไว้ตัดสินคน แต่เพื่อให้เราอ่านเกมมนุษย์ได้ดีขึ้น เข้าใจ manipulation มากขึ้น และปกป้องตัวเองจากเสน่ห์ปลอมที่ดูดีเกินจริง

เพราะในโลกจริง คนที่อันตรายที่สุด มักไม่ใช่คนที่ดูน่ากลัวที่สุด แต่คือคนที่ทำให้เรา ไว้ใจ ได้เร็วที่สุดต่างหาก

และยิ่งผมศึกษาเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไร ผมยิ่งรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ มันคือพื้นที่ที่ Dark Triad แสดงอิทธิพลได้รุนแรงที่สุด เพราะเมื่ออารมณ์ ความรัก ความผูกพัน และความไว้ใจเข้ามาเกี่ยวข้อง มนุษย์เราจะเริ่มตัดสินใจด้วยหัวใจมากกว่าเหตุผล หลายคนที่ปกติฉลาด รอบคอบ หรืออ่านคนเก่ง กลับพังได้เพราะความสัมพันธ์เพียงครั้งเดียว (ความไว้ใจไง)

บางครั้ง คนที่ทำให้เราเจ็บที่สุด ไม่ใช่คนที่เราเกลียด แต่คือคนที่เราเคยรักมากที่สุดต่างหาก

และนั่นคือสิ่งที่ผมจะพูดต่อในตอนหน้า

ตอนที่ 8 : Dark Triad กับความสัมพันธ์ / ความรัก

เมื่อเสน่ห์ การควบคุม การปั่นอารมณ์ และเกมอำนาจ เข้ามาอยู่ในคำว่า รัก มันจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ธรรมดา ให้กลายเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดไว้มาก

ให้คะแนนบทความนี้

★ 4.5 จาก 39 โหวต

เข้าสู่ระบบเพื่อโหวต